ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งสหรัฐฯ ได้ดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าหลายประการเพื่อสกัดกั้นการเข้าถึงเทคโนโลยีของจีน ล่าสุด สหภาพยุโรป (EU) ได้เริ่มส่งสัญญาณถึงความไม่พอใจและแสดงท่าทีต่อต้านนโยบายดังกล่าวของวอชิงตัน โดยมองว่าการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลเสียต่อการแข่งขันที่เป็นธรรมและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของยุโรปเอง
แหล่งข่าวและรายงานหลายฉบับชี้ว่า ผู้นำและเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการที่สหรัฐฯ พยายามจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงไปยังจีน ซึ่งรวมถึงการจำกัดการเข้าถึงเครื่องมือและซอฟต์แวร์ที่จำเป็นในการผลิตชิป การดำเนินการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อชะลอการพัฒนาเทคโนโลยีของจีน โดยเฉพาะในด้านที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติและปัญญาประดิษฐ์
อย่างไรก็ตาม สหภาพยุโรปมีความกังวลว่านโยบายที่แข็งกร้าวของสหรัฐฯ อาจสร้างความเสียหายต่อบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ของยุโรปเอง ซึ่งหลายแห่งมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ซับซ้อนกับทั้งสหรัฐฯ และจีน การถูกบีบให้เลือกระหว่างสองมหาอำนาจอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน การลงทุน และการเข้าถึงตลาดของบริษัทเหล่านี้ นอกจากนี้ EU ยังมองว่าการแข่งขันในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ควรเป็นไปตามกลไกตลาดและกฎเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศที่โปร่งใส มากกว่าที่จะถูกกำหนดโดยการแทรกแซงทางการเมืองเพียงฝ่ายเดียว
ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของยุโรปในการรักษาความเป็นกลางและปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของตนเองในเวทีโลกที่กำลังเผชิญกับการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สหภาพยุโรปต้องการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของตนเองอย่างอิสระ โดยไม่ต้องการตกเป็นเบี้ยในสงครามการค้าเทคโนโลยีระหว่างประเทศมหาอำนาจ การแสดงท่าทีดังกล่าวอาจนำไปสู่การเจรจาหรือการปรับเปลี่ยนท่าทีของสหรัฐฯ ในอนาคต เพื่อหาจุดสมดุลที่ทุกฝ่ายสามารถยอมรับได้ และรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก





