เทคนิคที่รู้จักกันในชื่อ ASCII Smuggling กำลังถูกกลุ่มผู้ส่งสแปมนำมาปรับใช้เพื่อหลบเลี่ยงระบบคัดกรองอีเมลขยะ โดยเทคนิคนี้อาศัยการใช้ชุดรหัส Unicode พิเศษที่คอมพิวเตอร์สามารถอ่านได้ แต่ถูกออกแบบมาให้มนุษย์มองไม่เห็น ซึ่งเดิมทีเทคนิคนี้เคยได้รับความสนใจในฐานะวิธีการที่ทำให้การโจมตี AI แบบ Prompt Injection มีความแนบเนียนยิ่งขึ้น
กระบวนการทำงานของ ASCII Smuggling คือการใช้ชุดรหัส Unicode ที่เลียนแบบตัวอักษร ASCII ปกติ เช่น การใช้รหัส U+E0041 แทนตัวอักษร “A” หรือ U+E0061 แทนตัวอักษร “a” ทำให้ข้อความที่ซ่อนอยู่สามารถถูกประมวลผลโดยโมเดลภาษา (LLM) หรือระบบประมวลผลข้อความได้ แต่ผู้ใช้งานทั่วไปที่อ่านอีเมลจะไม่สามารถมองเห็นข้อความเหล่านั้นได้เลย
ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้งานอีเมลและผู้ดูแลระบบความปลอดภัย เนื่องจากเทคนิคนี้ทําให้ระบบคัดกรองอีเมลขยะแบบดั้งเดิมทํางานได้ยากขึ้น เพราะตัวอักษรที่ใช้หลบเลี่ยงนั้นมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ยังคงมีตัวตนอยู่ในระดับการประมวลผลข้อความ
ความสําคัญของเรื่องนี้อยู่ที่การปรับตัวของอาชญากรไซเบอร์ที่นําเทคนิคการโจมตี AI มาประยุกต์ใช้กับภัยคุกคามพื้นฐานอย่างสแปมและฟิชชิ่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าช่องโหว่ในระดับการเข้ารหัสข้อความสามารถถูกนําไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบและซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม
มุมมอง Agent2Day
การที่สแปมเมอร์นําเทคนิคจากโลก AI มาใช้พิสูจน์ให้เห็นว่าช่องโหว่ทางเทคนิคไม่ได้จํากัดอยู่แค่แพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง แต่สามารถข้ามสายพันธุ์ไปสร้างปัญหาในระบบสื่อสารดั้งเดิมได้ ซึ่งบีบให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ต้องยกระดับการตรวจสอบข้อมูลในระดับที่ลึกกว่าแค่สิ่งที่มนุษย์มองเห็น
Microsoft รายงานว่าพบการเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของอีเมลสแปมที่ใช้เทคนิคนี้ โดยข้อมูลจาก Microsoft Defender for Office ระบุว่าจำนวนการตรวจพบ ASCII Smuggling เพิ่มขึ้นจากประมาณ 21,000 รายการต่อวัน พุ่งสูงขึ้นเป็นกว่า 1.3 ล้านรายการภายในวันเดียวในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ และเพิ่มขึ้นถึง 2.5 ล้านรายการภายในเวลาเพียง 4 วัน ก่อนที่ตัวเลขจะลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม
ทาง Microsoft อธิบายว่าคุณสมบัติของรหัสเหล่านี้ที่ทำให้มันมีประโยชน์ในการส่งคำสั่งแฝงไปยัง AI ก็คือสิ่งที่ทำให้มันมีประสิทธิภาพในการบดบังคำสำคัญ (Keywords) ก่อนที่ระบบตรวจจับจะทำการประเมินผล ซึ่งช่วยให้ผู้ส่งสแปมสามารถหลบเลี่ยงการตรวจสอบโดยไม่ทำให้ผู้รับเกิดความสงสัย เนื่องจากข้อความที่ถูกซ่อนไว้จะไม่ปรากฏให้เห็นในอีเมลที่ได้รับ





