เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่มีการเช่ารถ SUV จากบริษัทรถเช่าแห่งหนึ่ง โดยภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากพนักงานได้ทำการสแกนใบขับขี่ ข้อมูลใบขับขี่ดังกล่าวก็ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ในดาร์กเว็บเพื่อรอการจำหน่าย
ข้อมูลจากรายงานระบุว่า ใบขับขี่ของผู้เขียนข่าวเป็นหนึ่งในจำนวนกว่า 153 ล้านใบที่ถูกนำไปวางขายผ่านบริการที่ชื่อว่า Nexus ซึ่งในรายการสินค้ายังมีใบขับขี่ของบุคคลที่มีชื่อเสียงและเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงนักวิจัยด้านความปลอดภัยอีกด้วย
ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ
เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการทั่วไป เนื่องจากข้อมูลที่ละเอียดอ่อนอย่างใบขับขี่สามารถรั่วไหลได้ง่ายเพียงแค่ผ่านการสแกนในขั้นตอนการเช่ารถ
ความสําคัญของเรื่องนี้อยู่ที่ความซับซ้อนของข้อมูลที่ถูกขโมยไป ซึ่งรวมถึงภาพสแกนในสเปกตรัมพิเศษที่เอื้อต่อการทําเอกสารปลอม ทําให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกสวมรอยหรือนําข้อมูลไปใช้ในทางทุจริตในวงกว้าง
มุมมอง Agent2Day
การรั่วไหลของข้อมูลในระดับ 153 ล้านรายการสะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ร้ายแรงในกระบวนการจัดการข้อมูลขององค์กรธุรกิจ ซึ่งการที่ข้อมูลถูกนําไปขายทันทีหลังจากถูกสแกนเพียงไม่กี่ชั่วโมง เป็นสัญญาณเตือนว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อการป้องกันภัยคุกคามในยุคดิจิทัล
ไฟล์ที่ถูกนำมาขายไม่ได้มีเพียงภาพสแกนทั่วไป แต่ยังรวมถึงภาพถ่ายใบขับขี่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังในรูปแบบอินฟราเรดและอัลตราไวโอเลต ซึ่งคาดว่าข้อมูลเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้เพื่อสร้างใบขับขี่ปลอมที่สามารถผ่านการตรวจสอบโฮโลแกรมได้
นอกจากใบขับขี่แล้ว บริการ Nexus ยังเสนอขายเอกสารระบุตัวตนประเภทอื่นๆ อีกมากมาย เช่น บัตรประจำตัวประชาชน บัตรเดินทาง ใบขับขี่สากล บัตรทางการแพทย์ บัตรเข้าใช้งานทั่วไป (CAC) และบัตรอนุญาตทำงาน โดยในขณะนี้ทาง FBI ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนกรณีการรั่วไหลของข้อมูลขนาดใหญ่นี้แล้ว





