ข่าว AI และเทคโนโลยี

Snap แยกทีม AI วิดีโอ ตั้งบริษัทใหม่ Dotmo สู้ต้นทุนสูง

Snapchat ตัดสินใจแยกทีมพัฒนา AI ด้านวิดีโอออกมาตั้งเป็นบริษัทใหม่ชื่อ Dotmo เพื่อบริหารจัดการต้นทุนที่สูงขึ้น พร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AI ให้ก้าวหน้าต่อไป

Snap แยกทีม AI วิดีโอ ตั้งบริษัทใหม่ Dotmo สู้ต้นทุนสูง

ฟังบทความ

Snap Inc. บริษัทแม่ของแอปพลิเคชันแชทยอดนิยม Snapchat ได้ประกาศข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างองค์กร โดยได้ตัดสินใจแยกทีมพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เน้นด้านวิดีโอ ออกมาจัดตั้งเป็นบริษัทใหม่ในชื่อ "Dotmo" การตัดสินใจครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนในการพัฒนาและดำเนินงานด้าน AI ที่ค่อนข้างสูง ทำให้ Snap มองว่าการแยกออกมาเป็นบริษัทเฉพาะทางจะช่วยให้บริหารจัดการทรัพยากรและงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Dotmo จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและประมวลผลวิดีโอเป็นหลัก ซึ่งรวมถึงเครื่องมือที่ช่วยในการสร้างสรรค์คอนเทนต์วิดีโอให้มีความน่าสนใจและแปลกใหม่มากยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาโมเดล AI ที่สามารถเข้าใจและวิเคราะห์เนื้อหาวิดีโอได้อย่างลึกซึ้ง การแยกออกมาเป็นบริษัทใหม่นี้จะทำให้ Dotmo มีความคล่องตัวในการตัดสินใจและลงทุนในเทคโนโลยีที่จำเป็น โดยไม่ต้องผูกติดกับโครงสร้างและกระบวนการของบริษัทแม่มากจนเกินไป ซึ่งอาจช่วยเร่งการพัฒนาและนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น

Snap ระบุว่า การตั้ง Dotmo ขึ้นมาไม่ได้หมายความว่า Snap จะลดความสำคัญของเทคโนโลยี AI ลง แต่เป็นการปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันในยุคที่ AI มีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ การลงทุนใน AI โดยเฉพาะด้านวิดีโอเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ Snap เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ ที่กำลังพัฒนาฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างต่อเนื่อง การมีบริษัทลูกที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจะช่วยให้ Snap สามารถเข้าถึงนวัตกรรมใหม่ๆ และนำมาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ของตนเองได้อย่างรวดเร็ว

แม้ว่ารายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างผู้ถือหุ้นและแผนธุรกิจในระยะยาวของ Dotmo จะยังไม่ถูกเปิดเผยทั้งหมด แต่คาดว่าบริษัทใหม่นี้จะยังคงมีความเชื่อมโยงกับ Snap ในระดับหนึ่ง โดยอาจมีการร่วมมือกันในการพัฒนาหรือนำเทคโนโลยีไปใช้ในผลิตภัณฑ์ของ Snapchat ในอนาคต การแยกทีม AI วิดีโอออกมาตั้งบริษัทใหม่นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายและโอกาสที่ธุรกิจเทคโนโลยีต้องเผชิญในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการต้นทุนมหาศาลที่ต้องใช้ในการวิจัยและพัฒนา AI ซึ่งอาจเป็นแนวทางใหม่สำหรับบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ ที่กำลังเผชิญปัญหาคล้ายคลึงกัน