Google ได้ประกาศทำข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับ Fervo Energy บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานความร้อนใต้พิภพ โดยตกลงรับซื้อไฟฟ้าจำนวน 396 เมกะวัตต์จากโรงไฟฟ้า Cape Station ในรัฐยูทาห์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2028 นอกจากนี้ Google ยังมีสิทธิ์เลือกซื้อพลังงานเพิ่มเติมได้อีกสูงสุด 600 เมกะวัตต์จนถึงเดือนมิถุนายน 2030
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Google ในการจัดหาแหล่งพลังงานสะอาดเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากการขยายตัวของเทคโนโลยี AI โดยบริษัทพยายามรักษาสมดุลระหว่างการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านศูนย์ข้อมูลกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2030 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการทำข้อตกลงซื้อพลังงานจากก๊าซธรรมชาติในรัฐเท็กซัส
ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ
การจัดหาพลังงานสะอาดในปริมาณมหาศาลมีความสําคัญอย่างยิ่งต่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Hyperscalers) ที่ต้องแบกรับภาระการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการประมวลผล AI การหันมาใช้พลังงานความร้อนใต้พิภพถือเป็นทางเลือกเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้ Google สามารถขยายขีดความสามารถของศูนย์ข้อมูลได้โดยไม่กระทบต่อเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่ตั้งไว้
มุมมอง Agent2Day
ข้อตกลงนี้สะท้อนให้เห็นว่าพลังงานความร้อนใต้พิภพกําลังกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสําคัญสําหรับบริษัทเทคโนโลยีในการแก้โจทย์ความต้องการพลังงานที่เสถียรและสะอาด ซึ่งเป็นทางออกที่ยั่งยืนกว่าการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเพียงอย่างเดียวในระยะยาว
Fervo Energy ได้รับอนุญาตให้พัฒนาโครงการ Cape Station ได้สูงสุดถึง 2 กิกะวัตต์ โดยข้อมูลจากวิศวกรภายนอกระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวอาจมีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าได้สูงถึง 4 กิกะวัตต์ ซึ่งหากพัฒนาได้เต็มรูปแบบจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานความร้อนใต้พิภพของสหรัฐฯ ได้เกือบเท่าตัว ทั้งนี้ เทคโนโลยีความร้อนใต้พิภพขั้นสูงที่ Fervo พัฒนาขึ้นสามารถเข้าถึงแหล่งความร้อนในระดับลึก ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าได้มหาศาลในอนาคต
ความสัมพันธ์ระหว่าง Google และ Fervo มีมาอย่างยาวนานกว่า 5 ปี โดย Google ไม่เพียงแต่เป็นลูกค้าที่รับซื้อไฟฟ้าจาก Fervo ตั้งแต่ช่วงแรก แต่ยังเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่สนับสนุนเงินทุนก่อนที่ Fervo จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย ข่าวการทำข้อตกลงครั้งล่าสุดนี้ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Fervo ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 30% ในช่วงเวลาที่ประกาศข่าว





